logotype
logotype
การประเมินผลการจัดการความปวดเฉียบพลันแบบสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ PDF Print E-mail
Written by jimmjoom   
Saturday, 10 August 2013 08:43

การประเมินผลการจัดการความปวดเฉียบพลันแบบสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

น.ต.หญิง รุจี พลางวรรณ พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่) *

น.ต.หญิง รัชณีพร ศรีกันหา พย.บ.**

น.ต.หญิง นัทธมน ศรีสวัสดิ์ พย.บ.***

น.ต.หญิง นฤมล ศรีสมุทร พย.บ.****

น.ต.หญิง พัฒน์ชนกภรณ์ หิรัญมูล พย.บ.*****

ร.ท.หญิง รัชฏาวรรณ วงศ์ประเสริฐ พย.บ.******

บทคัดย่อ:ผู้ป่วยหลังผ่าตัดอาการปวดแผลจะมีระดับรุนแรงมากที่สุดในระยะ 24 – 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด ซึ่งจะรบกวนการเคลื่อนไหวและการทำกิจกรรมของผู้ป่วย หากจัดการความปวดที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจรวมถึงด้านองค์กร        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการติดตามประเมินคุณภาพการจัดการความปวดทั้งในด้านกระบวนการและด้านผลลัพธ์ในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดในหอผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 5 หอผู้ป่วย มีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยดังนี้ ระยะเวลานอนโรงพยาบาลหลังผ่าตัดตั้งแต่ 72 ชั่วโมงขึ้นไป อายุตั้งแต่ 18 ปี ระดับความรู้สึกตัวดีและสามารถสื่อสารได้เข้าใจ เก็บข้อมูลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2555 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2556 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 140 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1. แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2. แบบสอบถามตัวชี้วัดเชิงกระบวนการของการจัดการความปวด 3. แบบสอบถามตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ของการจัดการความปวด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย

ผลการวิเคราะห์เชิงกระบวนการพบว่า ด้านการจัดการความปวด พยาบาลส่วนใช้เครื่องมือในการประเมินความปวดและมีการบันทึกเกี่ยวกับความปวดเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังขาดความต่อเนื่องในการประเมินความปวด การบริหารยาเพื่อบรรเทาความปวด ผู้ป่วยได้รับยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำเป็นครั้งคราวมากกว่าการฉีดยาตามเวลาที่วางไว้ ส่วนการบรรเทาความปวดแบบไม่ใช้ยา วิธีที่ผู้ป่วยหลังผ่าตัดใช้มากที่สุด คือ การจัดท่า ในด้านเชิงผลลัพธ์ พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนความปวดที่มากที่สุด  และค่าเฉลี่ยของคะแนนการรบกวนการทำกิจกรรมและการนอนหลับรวมถึงด้านจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง และผู้ป่วยยังขาดการมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีบรรเทาปวดร่วมกับแพทย์พยาบาล อาการไม่พึงประสงค์ของยาบรรเทาปวด อยู่ในระดับปานกลาง (= 2.44,SD=1.013, = 2.69,SD=.847) ตามลำดับ และพบว่า คะแนนความพึงพอใจต่อการจัดการความปวดของผู้ป่วยและญาติอยู่ในระดับดีและดีมาก

ข้อเสนอแนะจากการวิจัยในครั้งนี้ คือ พยาบาลควรให้ความสำคัญกับการประเมินและการจัดการความปวดอย่างต่อเนื่อง และการจัดการความปวดแบบไม่ใช้ยาเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษาของแพทย์รวมทั้งพัฒนารูปแบบการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำสำคัญ:ตัวชี้วัดคุณภาพ การจัดการความปวดแบบสหสาขาวิชาชีพ การประเมินเชิงกระบวนการ การประเมินเชิงผลลัพธ์ ความพึงพอใจ

*ผู้เขียนหลัก เลขานุการ คณะกรรมการจัดการความปวดฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

**คณะกรรมการจัดการความปวดหอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 2

***คณะกรรมการจัดการความปวดหอผู้ป่วยอาคาร 2 ชั้น 6

****คณะกรรมการจัดการความปวดหอผู้ป่วยสูตินรีเวชกรรม

*****คณะกรรมการจัดการความปวดหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง

 

******คณะกรรมการจัดการความปวดหอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 1